“สุนัข” ในม.อ. ปัญหาที่ต้อง “แก้ที่ใคร” หรือ “ใครต้องแก้” ?

ปัญหา “สุนัข” ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ถือเป็นปัญหา Classic ที่มีมาอย่างยาวนาน ครั้งที่เป็นที่ลือเลี่ยง และมีการขยับแอ๊คชั่นขององค์กรในมหาวิทยาลัยมากที่สุดคงเป็นปีที่แล้วที่มีนักศึกษารายหนึ่ง โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คกลุ่ม “นักศึกษา ม.อ.ปัตตานี” โดยกล่าวถึงปัญหาสุนัขที่บริเวณหน้าห้องสมุดจอนเอฟ เคเนดี้ ฝั่ง24ชั่วโมง ที่มารบกวนผู้คนที่มานั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ และวลีเด็ดที่ว่า “ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามไม่สามารถสัมผัดหมาได้” เหตุที่วลีนี้โด่งดั่งเพราะว่าพิมพ์ผิดนั้นเอง

และล่าสุดเมื่อวานนี้ (13 พฤศจิกายน 2560) มีนักศึกษารายหนึ่งได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค “นักศึกษา ม.อ.ปัตตานี” โดยโพสต์รูปสุนัขที่เขามาบริเวณโรงอาหารลานอิฐ และใช้คำอธิบายประกอบภาพว่า “เรามีประตูกันหมาไว้เพื่ออะไรหรอ ??” และหลังจากน้นก็มีผู้มาแสดงความเห็นมากมาย

ผู้ใช้รายแรกเข้ามาแสดงความคิดเห็นโดยบอกว่า

ทางเข้า หมุนๆ บางคนมักง่าย ไม่ปิด? โทษใครดี

อีกความเห็นหนึ่งก็กล่าวถึงการปิดประตูว่า

หมามันคงเข้ามาไม่ได้หรอก ถ้าประตูมันปิดสนิท โทษใครดี?

และผู้ใช้อีกคนหนึ่งก็กล่าวถึงปัญหาการปิดประตูว่า

ควรแก้นิสัยของนักศึกษาเรามากกว่าหลายครั้งที่เห็นบ่นว่ามีหมาเข้ามาในโรงอาหาร แต่ไม่เคยย้อนมองตัวเองว่าเวลาเข้าเคยปิดประตูบ้างหรือเปล่า..ก็ไม่เคย(แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน) เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรแก้ไขมันอยู่ที่คนไม่ใช่หมาหรือสิ่งของ
ขณะที่ผู้ใช้บางคนกล่าวถึงปัญหาสุขอนามัย / ความสะอาด
อันที่จริงควรแก้ปัญหา เรื่องความสะอาดของสังคมไทยได้แล้ว ปัญหาที่ผมเคยพูดแต่ไม่มีคนฟังคือ เอาง่ายๆ ถ้าไปBIH คุณจะไม่เจอหมาลอยหน้าลอยตาเดินบนถนนกลางกรุงซาราเยโว แต่ถ้ากรุงเทพ เจอแน่ ความแตกต่างของประเทศที่เจริญจริงๆกับประเทศที่อยากจะเจริญ แต่ไม่ทำอะไร ไปทำโปรเจ็คแบบชาติพัง ความสะอาดของบ้านเมืองสำคัญมากยิ่งมุสลิมเรา ต้องระวังเป็นพิเศษ บางทีผมเลือกยืนไม่นั่งเก้าอี้ เพราะเก้าอี้ไม่สะอาด หลายๆคน โดยเฉพาะคนแถวภาคกลางบอกว่าผมมากเรื่อง แต่ลองถามพวกโครแอตดู พวกโครแอตก็ไม่นั่งรอ ไม่นั้นเข้าโบสถไม่ได้
และอีกรายก็กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกัน
จริงๆโรงอาหารหรือสถานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องสุขอนามัย ถ้าให้พูดตามมาตรฐานและความจริง มันไม่ควรมีสัตว์ชนิดใด เข้าไปปะปน ในพื้นที่บริการตรงนั้น เพราะเอาเข้าจริงพอทำเป็นระบบปิด ห้ามสัตว์ทุกชนิด กลุ่มรักษ์สัตว์ มีแนวโน้มออกมาโวยวายเชิง “ก็แค่หมามันต้องการอาหาร มันก็แค่ทำไปเพราะวิถีสัตว์ในการอาหาร” งั้นเอาเข้าจริง จิตสำนึกอะไรพวกนี้ เฉยๆน่ะ ประเด็นหลักอ่ะ สถานที่ตรงนั้นมันต้องมีการป้องกันเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วด้วย “ในส่วนของการเปิดปิดประตูแล้วโยนว่าเป็นสามัญสำนึก นี่คนล่ะเรื่องกัน” สิ่งที่ต้องแก้ด้วยคือสิ่งที่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง แต่ก็น่ะ ก็คงออกมางอมๆ โวยๆ ทั้งฝ่ายรักษ์สัตว์ กับฝ่ายตรงข้าม “คำว่าโรงอาหารกลาง” คิดเอาเองว่าควรเป็นไปแบบไหน ? ถึงจะถูกสุขลักษณะจริงๆ
ขณะที่ผู้ใช้คนหนึ่งก็อ้างถึงทฤษฏีการเรียนรู้ของสุนัข
+1 หมามันเรียนรูค่ะ เคยอ่านทฤษฎีหมาของพาพล็อพมั้ย หมามันจะเรียนรู้เมื่อเราวางเงื่อนไข หมาที่นี่ก็เช่นกันค่ะ เคยเห็นมันเปิดประตูเองหลายครั้งมาก มันใช้วิธีการดันประตู ไม่ได้เห็นคนเดียวนะคะ มีเพื่อนเห็นอยู่ข้างๆด้วย ถ้าหมามันไม่ฉลาด คนมันคงไม่ฝึกให้ทำอะไรหลายๆอย่างหรอก ทีนี้ก็อย่าไปโทษคนมากเลย บางคนเค้าก็ปิดนะ แต่บางคนก็ไม่ได้ใส่ใจ อีกอย่าจะแก้ปัญหาที่อะไรเหรอ หมาหรือคน แก้ยังไงมันก็เข้าได้อยู่ดีค่ะ
ปัญหาสุนัขต่างก็วิพากษ์ วิจารย์ไปในหลากหลายแนวทาง ทั้งเรื่องการกำจัดสุนัขจับออกไป หรือควบคุมพื้นที่ หรืออีกแนวทางที่ให้เรียนรู้การอาศัยอยู่ด้วยกัน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้มีแนวทางใดที่ชัดเจน แม้ปีที่แล้วสภานักศึกษา “เดินเรื่อง” ส่งหนังสือถึงกองอาคารสถานที่ ให้จัดการปัญหาเหล่านี้ แต่ก็ยังไม่ได้มีความคืบหน้าใดๆ

Comments

comments